ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและส่งผลต่อค่าครองชีพ

ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและส่งผลต่อค่าครองชีพ

ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและส่งผลต่อค่าครองชีพ

เห็นราคาน้ำมันที่ปั๊มขึ้นๆ ลงๆ เกือบทุกสัปดาห์ บางทีขึ้นแรงจนรู้สึกว่าเติมเต็มถังแล้วเงินหายไปมาก สงสัยว่าทำไมราคาน้ำมันถึงไม่คงที่ มีอะไรมาควบคุม และขึ้นลงตามอะไร ราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นลงแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่มีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ วันนี้มาดูกันว่าปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เพราะไทยนำเข้าน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดจากต่างประเทศ ราคาน้ำมันดิบวัดเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถ้าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น ต้นทุนนำเข้าก็สูงตาม ราคาที่ปั๊มก็ต้องปรับขึ้น ราคาน้ำมันดิบขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทาน ถ้าโลกใช้น้ำมันมากแต่ผลิตไม่ทัน ราคาก็พุ่ง ถ้าผลิตมากแต่ใช้น้อย ราคาก็ลง

องค์กรโอเปกหรือ OPEC ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกมีอำนาจควบคุมปริมาณผลิต ถ้าโอเปกตัดสินใจลดการผลิตเพื่อให้ราคาสูงขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็พุ่งทันที ถ้าเพิ่มการผลิตราคาก็ลง สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ก็มีอิทธิพลต่อราคา ถ้าสหรัฐผลิตน้ำมันจากหินดินดานเพิ่มขึ้นราคาอาจลง ถ้าผลิตลดลงหรือใช้เพิ่มขึ้นราคาก็สูง

สถานการณ์ทางการเมืองและความขัดแย้ง

ความไม่สงบในประเทศผู้ผลิตน้ำมันส่งผลโดยตรง ถ้ามีสงครามหรือความวุ่นวายในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นทันทีเพราะกลัวว่าจะขาดแคลน ตัวอย่างเช่น สงครามในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน หรือปัญหาในเวเนซุเอลา ล้วนทำให้ราคาน้ำมันกระเด้ง

คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ถ้าประเทศใหญ่อย่างสหรัฐหรือสหภาพยุโรปคว่ำบาตรประเทศผู้ผลิตน้ำมันเช่นอิหร่านหรือรัสเซีย ทำให้น้ำมันจากประเทศเหล่านั้นไหลเข้าตลาดโลกลดลง อุปทานลดราคาก็สูง โจรสลัดและความไม่ปลอดภัยในเส้นทางขนส่ง ถ้ามีโจรสลัดในช่องแคบฮอร์มุซหรือช่องแคบมะละกา ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันไม่ปลอดภัย ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นและราคาน้ำมันก็ตามไปด้วย

ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์

เนื่องจากน้ำมันดิบซื้อขายเป็นดอลลาร์ ค่าเงินบาทจึงมีผลโดยตรง ถ้าค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เช่น จาก 30 บาทต่อดอลลาร์เป็น 35 บาทต่อดอลลาร์ แปลว่าต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการซื้อน้ำมันดิบจำนวนเดิม ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้นราคาขายก็สูงตาม ในทางกลับกันถ้าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ราคาน้ำมันในประเทศอาจลดลงแม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่เปลี่ยนแปลง

ค่าเงินบาทขึ้นลงตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น เศรษฐกิจไทย การลงทุนจากต่างประเทศ ดุลการค้า นโยบายธนาคารกลาง และสถานการณ์โลก ถ้าเศรษฐกิจไทยดีเงินบาทมักแข็งค่า ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีเงินบาทอ่อนค่า บางครั้งแม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกคงที่ แต่ราคาในไทยสูงขึ้นเพียงเพราะเงินบาทอ่อนค่า

ต้นทุนการกลั่นและกำไรของโรงกลั่น

หลังจากนำเข้าน้ำมันดิบแล้วต้องนำไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปอย่างเบนซินและดีเซล กระบวนกลั่นมีต้นทุน ถ้าต้นทุนการกลั่นสูงขึ้นเพราะราคาไฟฟ้าหรือค่าแรงแพงขึ้น ราคาน้ำมันก็สูงตาม โรงกลั่นต้องทำกำไรด้วย ถ้ากำไรโรงกลั่นหรือ Refinery Margin สูงขึ้น ราคาน้ำมันสำเร็จรูปก็แพงขึ้นแม้ราคาน้ำมันดิบไม่เปลี่ยน

ความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก ถ้าโลกต้องการเบนซินและดีเซลมาก โรงกลั่นสามารถตั้งราคาสูงได้ ถ้าความต้องการลดลงราคาก็ตกต่ำ คุณภาพและมาตรฐาน ถ้าประเทศกำหนดมาตรฐานน้ำมันที่เข้มงวดขึ้น เช่น ลดกำมะถันหรือเพิ่มออกเทน ต้นทุนการกลั่นสูงขึ้นและราคาก็แพงขึ้น

ภาษีและค่าธรรมเนียมจากรัฐ

ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีหลักที่เก็บจากน้ำมัน รัฐบาลเก็บภาษีตามอัตราที่กำหนด ถ้ารัฐบาลเพิ่มอัตราภาษีเพื่อหารายได้มากขึ้น ราคาน้ำมันที่ปั๊มก็สูงขึ้นทันที ในทางกลับกันถ้ารัฐบาลลดหรือระงับภาษีชั่วคราวเพื่อช่วยประชาชน ราคาก็ลง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลมีกองทุนนี้เพื่อช่วยปรับราคาน้ำมันให้ไม่ผันผวนมาก ถ้ากองทุนมีเงินเยอะสามารถอุดหนุนเพื่อลดราคาได้ ถ้ากองทุนขาดทุนหรือเงินหมดอาจต้องปรับราคาขึ้นเพื่อเก็บเงินเข้ากองทุน

ค่าขนส่งและจำหน่าย หลังจากกลั่นแล้วน้ำมันต้องขนส่งไปยังปั๊มทั่วประเทศ ค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษา และค่าดำเนินงานของปั๊มล้วนมีผลต่อราคาปลายทาง ถ้าต้นทุนเหล่านี้สูงขึ้น ราคาที่ปั๊มก็แพงขึ้น กำไรของปั๊มน้ำมัน ปั๊มน้ำมันต้องมีกำไรเพื่อดำเนินกิจการ ถ้ากำไรปั๊มสูงราคาก็แพง แต่ในไทยกำไรปั๊มถูกควบคุมพอสมควร

ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศและโลก

ฤดูกาลและช่วงเทศกาล ช่วงหน้าร้อนหรือเทศกาลเดินทางยาวอย่างสงกรานต์หรือปีใหม่ คนใช้รถมากขึ้น ความต้องการน้ำมันสูงขึ้น ราคาอาจปรับขึ้นบ้าง ช่วงหน้าหนาวในยุโรปและอเมริกาต้องการน้ำมันเพื่อทำความร้อนมาก ราคาน้ำมันทั่วโลกก็สูง เศรษฐกิจโลกและประเทศ ถ้าเศรษฐกิจโลกเติบโตดี อุตสาหกรรมและการขนส่งขยายตัว ความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาก็สูงตาม ถ้าเศรษฐกิจถดถอยความต้องการลดราคาก็ตก

พลังงานทางเลือกและรถไฟฟ้า ถ้ามีคนหันมาใช้รถไฟฟ้าหรือพลังงานทางเลือกมากขึ้น ความต้องการน้ำมันลดลง ราคาอาจลดตามในระยะยาว แต่ปัจจุบันยังไม่มากพอที่จะลดราคาอย่างเห็นได้ชัด การเติบโตของประเทศกำลังพัฒนา ประเทศอย่างจีนและอินเดียมีประชากรมากและเศรษฐกิจเติบโตเร็ว ความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงมาก กดดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นทั่วโลก

ภาวะธรรมชาติและภาวะฉุกเฉิน

พายุเฮอริเคนและภัยธรรมชาติ พายุเฮอริเคนในอ่าวเม็กซิโกซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันของสหรัฐอาจทำลายแท่นขุดเจาะและท่อส่ง ทำให้การผลิตหยุดชะงัก ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที แผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด ถ้าเกิดในประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาจทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ลดการผลิตและส่งออก ราคาก็สูง โรคระบาดและการปิดเมือง โควิด-19 ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงอย่างมากในช่วงแรก ราคาตกต่ำมาก แต่พอเปิดเมืองความต้องการกลับมาอย่างแรง ราคาพุ่งสูงกว่าเดิมเพราะการผลิตไม่ทัน

อุบัติเหตุในโรงกลั่น ถ้าโรงกลั่นขนาดใหญ่เกิดเพลิงไหม้หรืออุบัติเหตุต้องปิดซ่อมแซม การผลิตน้ำมันสำเร็จรูปลดลง ราคาในบริเวณนั้นสูงขึ้น การโจมตีทางไซเบอร์ ถ้ามีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของท่อส่งน้ำมันหรือโรงกลั่นทำให้ระบบล่มและหยุดทำงาน อุปทานขาดหายไปราคาก็พุ่ง

การเก็งกำไรในตลาดน้ำมันล่วงหน้า

นักเก็งกำไรและนักลงทุน ตลาดน้ำมันล่วงหน้าหรือ Futures Market มีนักเก็งกำไรซื้อขายน้ำมันเพื่อหากำไร ไม่ได้ใช้จริง ถ้าพวกเขาคาดว่าราคาจะสูงก็ซื้อเก็บไว้ ทำให้ราคาพุ่งขึ้นจริง ถ้าคาดว่าจะตกก็ขายทำให้ราคาลง ข่าวและความเชื่อมั่น ข่าวลือหรือการคาดการณ์ว่าจะมีสงครามหรือปัญหาอะไรทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกซื้อน้ำมันไว้ ราคาพุ่งขึ้นแม้ยังไม่เกิดอะไรจริง

ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นมีหลายอย่าง ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกซึ่งขึ้นลงตามอุปสงค์อุปทานและการควบคุมของโอเปก สถานการณ์การเมืองและความขัดแย้งในประเทศผู้ผลิตทำให้กลัวขาดแคลน ค่าเงินบาทอ่อนค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น ต้นทุนกลั่นและกำไรโรงกลั่นเพิ่มขึ้น ภาษีและค่าธรรมเนียมจากรัฐถ้าปรับสูง ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มในช่วงเทศกาลหรือเมื่อเศรษฐกิจดี ภัยธรรมชาติและภาวะฉุกเฉินทำลายการผลิต และการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า ปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันและซับซ้อน บางครั้งหลายปัจจัยเกิดพร้อมกันทำให้ราคาพุ่งสูงมาก บางครั้งปัจจัยบางอย่างถ่วงดันกันทำให้ราคาค่อนข้างคงที่ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและเข้าใจปัจจัยเหล่านี้เพื่อวางแผนค่าใช้จ่าย ขณะที่รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือเมื่อราคาสูงเกินไปเพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพมากเกินไป